Close

ผลไม้กินแล้วฟันขาว

แอปเปิ้ล : สามารถช่วยทำความสะอาดฟันได้ เนื้อที่กรุบกรอบจะช่วยให้ลดคราบและเพิ่มการผลิตน้ำลาย เพื่อป้องกันการสะสมของคราบแบคทีเรีย ที่เป็นเสมือนกาวเกาะติดระหว่างคราบและผิวฟัน นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังมีกรดมาลิก ที่สามารถละลายคราบได้อย่างเป็นธรรมชาติ

120834881

 ถั่ว : อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันที่ดี มีฤทธิ์กัดกร่อนเล็กน้อยไม่ส่งผลต่อผิวฟัน สามารถขจัดรอยเปื้อนและคราบบนพื้นผิวฟันออกไป นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมที่ช่วยให้ฟันแข็งแรงอีกด้วย

 178479330

ขึ้นฉ่าย : เป็นอีกหนึ่งอาหารดีแคลอรี่ต่ำ ช่วยรักษาขาวความกระจ่างใสดั่งไข่มุกของผิวฟัน เส้นใยเซลลูโลสจะทำงานเสมือนแปรงสีฟันธรรมชาติ ที่จะขัดคราบออกไปจากผิวฟันเมื่อเคี้ยว

 

สับปะรด : สับปะรดมี บรอมีเลน โดยเอนไซม์จะทำงานสลายโปรตีน ที่จะก่อให้เกิดคราบต่างๆ ให้หลุดออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ

177302441

แครอท : ช่วยกระตุ้นน้ำลายและมีวิตามินที่ร่างกายต้องการ เพื่อให้ฟันที่มีสุขภาพดี ในขณะที่ยังมีอาหารที่ควรระวัง โดยเฉพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือมีวิตามินซี เพราะอาจจะทำลายสารเคลือบฟันได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สสส.

ภาพประกอบจาก www.photos.com  / www. sanook.com

ความคิดเห็น (0)

EF LINE "เครื่อมือจัดฟันในเด็กเล็ก"

เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อฟันมีปัญหาในการเรียงตัว เราสามารถใช้เทคนิคในงานทันตกรรมจัดฟันช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งในอดีตทันตแพทย์ส่วนใหญ่จะมีคำแนะนำให้คนไข้เริ่มจัดฟันเมื่ออายุประมาณ 12-13 ปี  โดยคำแนะนำดังกล่าวเหมาะสมกับกรณีที่ เด็กเหล่านั้นไม่มีปัญหาในเรื่องนิสัยผิดปกติ ปัญหาการกลืน และการหายใจ ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีผลต่อรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งและการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้าและขากรรไกร นอกจากนี้ในเด็กที่มีพฤติกรรมบางอย่างซึ่งมีผลเสียต่อโครงสร้างใบหน้า เช่น การเลิกขวดนมช้า ดูดนิ้ว กัดเล็บ นั่งท้าวคาง หรือภาวะการหายใจทางปากที่อาจสืบเนื่องมาจากปัญหาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเรื้อรัง ที่พบในกรณีคนไข้ที่มีต่อมอะดินอยด์หรือต่อมทอลซิลโต เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้าและกระดูกขากรรไกรทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่คุณพบว่าบุตรหลานมีปัญหาดังกล่าว การจะรอเพื่อแก้ไขความผิดปกติด้วยการจัดฟันเมื่ออายุ 12-13 ปีนั้น อาจทำให้โครงสร้างใบหน้าและการเรียงตัวของฟันเกิดปัญหารุนแรง จนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันเพียงอย่างเดียว

           ในปัจจุบันจากการศึกษาเราพบว่ากล้ามเนื้อใบหน้าและลิ้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ขนาด และการทำงานของกระดูกขากรรไกรและใบหน้า ดังนั้น จึงมีการออกแบบเครื่องมือเพื่อทำการปรับแก้ไขปัญหาของกล้ามเนื้อซึ่งต้องร่วมกับการฝึกโดยการออกกำลังกล้ามเนื้อ การปรับเปลี่ยนการหายใจให้ถูกวิธี รวมถึงการใช้เครื่องมือเพื่อช่วยปรับการกลืนให้ถูกต้อง โดยเครื่องมือดังกล่าวมีชี่อเรียกว่า EF line

        EF line เป็นชุดเครื่องมือที่สามารถใช้แก้ไขปัญหากล้ามเนื้อที่มีการทำงานผิดปกติ ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้น ช่วยส่งเสริมการปรับรูปของกระดูกโดยเราทราบว่ากระบวนการเจริญเติบโตของเด็กที่เกี่ยวข้องกับกระดูกใบหน้าส่วนกลางและกระดูกขากรรไกรล่างมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องมากน้อยตามแต่ช่วงอายุ ดังนั้น ตามหลักการแล้วหากต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าจึงต้องทำการเริ่มแก้ไขในช่วงที่เด็กยังมีการเจริญเติบโตซึ่ง

        EF line สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จนถึงอายุ 15 ปี โดยเครื่องมือในกลุ่มนี้มีความหลากหลายในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน  เช่น ปัญหารูปหน้าที่มีคางหลุบ ค้างเบี้ยวกระดูกและฟันบนยื่น และกรณีที่เด็กมีรูปหน้าสั้นซึ่งต้องการเพิ่มความสูงใบหน้า  เป็นต้น ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อท่านพบความผิดปกติดังที่ได้กล่าวมาหรือในกรณีที่ไม่ทราบว่าบุตรหลานของท่านมีความผิดปกติใดๆแฝงอยู่หรือไม่ จึงขอแนะนำให้ท่านพาบุตรหลานเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และวางแผนการรักษากับทันตแพทย์ที่ผ่านกระบวนการอบรมการใช้งานเครื่องมือดังกล่าวและอยู่ใน EF Center ที่มีสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้บุตรหลานของท่านไม่เสียโอกาสที่จะได้รับการแก้ไขปัญหาและช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าเพื่อผลการจัดฟันที่ดีขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และประหยัดค่าใช้จ่าย

ความคิดเห็น (0)

การฟอกสีฟันที่บ้าน

การฟอกสีฟันปัจจุบัน เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเหมือนๆ กับการเปลี่ยนสีผม ทาครีมหน้า ขาว หรือการตกแต่งเสริมสวยอื่นๆ ฯลฯ ถ้าท่านเป็นผู้ที่ยิ้มกว้างเห็นฟันแล้ว มีสีฟันเข้ม(คล้ำ) เทียบ กับสีผิวแก้มหรือตาขาว ซึ่งอาจเป็นปัญหามีผลต่อบุคคลิกภาพหรือต่อทางสังคมต่อท่านมาก การ ฟอกสีฟันนั้น จะมีส่วนช่วยได้อย่างมากๆ จะทำให้ท่านดูเยาว์วัย สดใส และสามารถยิ้มได้อย่างมั่นใจ ยิ่งขึ้น

นอกจากจะช่วยปรับปรุงบุคลิกภาพอีกแล้ว ยังทำให้สุขภาพในช่องปากโดยร่วมของท่าน ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ จะให้ผลสำเร็จสูง สีฟันที่ได้จะขาวกว่าเดิมจากน้อย ไปมากนั้น ขึ้นอยู่กับความความต้องการและความร่วมมือของท่าน และขึ้นอยู่กับการรับประทานอีก ด้วย สีฟันจะไม่กลับคืนเป็นสีเดิม แถมจะอยู่ได้ทนนาน

การฟอกสีฟันที่บ้าน [Home Bleaching]

หมายถึง การฟอกสีฟันที่ท่านสามารถนำน้ำยาฟอกสี กลับไปฟอกสีฟันเองที่บ้านได้ โดยอยู่ในความควบคุมดูแลโดยทันตแพทย์ ทันตแพทย์หลังการตรวจสอบและวางแผน จะพิมพ์ ปากท่าน เพื่อนำไปทำถาดฟอกสีฟันจำเพาะแด่ท่าน [Bleaching Custom Tray] และนัดท่าน มาอีกครั้ง เพื่อรับถาดฟอกสีฟันน้ำยาฟอกสีฟันในความเข้มข้นต่างๆ ตามแต่ทันตแพทย์วางแผน พร้อมคำแนะนำในการใช้งาน เพื่อท่านนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องที่บ้านอาจใส่เพียง 1-2 ชม. หรือทั้งคืน น้ำยาฟอกสีฟันกลุ่มนี้มีได้หลายความเข้มข้น แต่อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ถ้าใช้อย่าง ถูกต้อง ปัญหาส่วนมากที่มีและอาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการเสียวฟันระหว่างฟอก ซึ่งอาการพวกนี้ มักเกิดชั่วคราว ระยะเวลาสั้นๆ อาจหายไปได้เอง น้ำยาฟอกสีฟันบางตัวเช่น น้ำยาฟอกสีฟันของ  

Opalescence Home Bleach

เป็นผู้นำของ Home Bleach ในท้องตลาดปัจจุบัน ได้รับรางวัลเป็นน้ำยาฟอกสีฟัน อันดับ 1  ด้วย ระบบ sticky viscous gel & sustained release คือเป็น gel ข้นเหนียว สามารถติดแน่นกับตัวฟันในช่องปาก โดยไม่ไหลย้อยหรือล้นไป burn เหงือก และค่อยๆ แตกตัว เป็น active bleaching form อย่างช้าๆ   ตลอด ระยะเวลาที่กำหนดให้ใส่ ประสิทธิภาพในการฟอกสีสูงมากกว่าของคนอื่น แถมจะปลอดภัยมากที่สุด มีปัญหา น้อยที่สุด เพราะมีสูตรผสมพิเศษที่โอกาสจะทำให้เกิดการเสียว   ในกรณีที่เกิดการดูดน้ำจากตัวฟันนั้นน้อย กว่าของยี่ห้ออื่นๆ พร้อมยังผสมยากันเสียวเพิ่มไปอีก ซึ่งยากันเสียวที่ใช้นี้ ให้ผลอย่างรวดเร็วทันที    แถมยัง ช่วยเสริมความแข็งแรงของตัวฟันไปในตัว ดังนั้นในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ สีฟันที่ขาวขึ้นนั้น   ส่วนหนึ่งเกิดจากการ สูญเสียน้ำในตัวฟัน (Dehydration) แต่ Opalescence Home Bleach นั้นเกิดจากการฟอกสีของ pigment molecule ในฟันตรงๆ ทำให้สีที่ฟอกได้ขาวคงทนทานนานกว่า

Opalescence Home Bleach เป็นน้ำยาฟอกสีฟันประเภท Carbamide Peroxide ผสมยากันเสียวฟัน ประเภท Potassium Nitrate และ Sodium Fluoride เมื่อแตกตัวจะได้เป็น Hydrogen Peroxide (และ Urea)  ที่เป็นตัวหลักที่ใช้ในการ ฟอกสีฟัน ผลิตมามีให้เลือกอย่างหลากหลายความเข้มข้น คือ 10% 15% 20% และ 35% และผลิตมามีให้เลือกหลายรสชาติ  เช่น Regular, Mint, Lemon โดยคนไข้สามารถนำไปฟอกเองที่บ้าน ได้ แต่อาจแตกต่างกันในเรื่องระยะเวลาของการฟอก ซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้วางแผนให้กับท่านอย่างเหมาะสม

ความคิดเห็น (2)

ข้อแนะนำการฟอกสีฟัน

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ เทคนิคการฟอกฟันให้ขาวได้มี การพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ปัจจุบันวิธีการฟอกสีฟันมีทั้งแบบ ฟอกในคลีนิค [In Office Bleaching] ที่ทำโดยทันตแพทย์ ซึ่งมีทั้งแบบใช้แสง และไม่ใช้แสง ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียแตก ต่างกันไป คือ การฟอกสีฟัน แบบใช้แสงจะเห็นผลเร็วกว่า แบบไม่ใช้แสง โดยที่ทั้งสองวิธีให้ผลจากการฟอกเท่ากัน แต่แบบใช้แสงอาจจะดูกว่านิดหน่อย เนื่องจากมีภาวะการ สูญเสียน้ำ ซึ่งทำให้เกิดอาการเสียวฟันและสีฟันที่ได้จากการ ฟอกขาวทึบไม่ขาวใสที่สำคัญมีการคืนกลับของสีเร็วกว่าแบบ ไม่ใช้แสงเช่นในวันรุ่งขึ้นหลังจากการฟอกสีของสีฟันอาจจะ คืนตัวจากเดิม 10-20% ขณะที่ใช้แบบไม่ใช้แสง เช่น Opalescence Boost ในวันรุ่งขึ้น หลังจากฟอกสีฟันจะขาว ขึ้นอีก 20%

Tags : :  OpalescenceBoostฟันขาว
ความคิดเห็น (2)

ข้อควรรู้ การฟอกสีฟันด้วย Opalesence

เพื่อรอยยิ้มที่ขาวของคุณ – คำถามที่อยู่เบื้องหลังของการฟอกสีฟัน

สาเหตุของการเกิดคราบสีฟันมีหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจากยาบางชนิด การได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงกับฟัน root filling แม้กระทั่งจากอาหารและเครื่องดื่ม สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้สีฟันเปลี่ยนสีไปได้ตามกาลเวลา การเปลี่ยนสีอาจเกิดแค่ผิวหน้าฟันแต่บางทีก็อาจเกิดจากภายใน อย่างไรก็ตามทั้ง 2 แบบสามารถรักษาได้โดยทันตแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ การฟอกสีฟันกับผู้เชี่ยวชาญเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำให้การฟอกสีฟันของคุณปลอดภัย

น้ำยาฟอกสีฟันทำงานอย่างไร

กระบวนการฟอกสีฟันเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากมีส่วนผสมของ Carbamide Peroxide และ hydrogen peroxide ที่สามารถซึมผ่านชั้น Enamel และ Dentin ได้อย่างอิสระ และยังสามารถซึมผ่านได้ทั่วทุกส่วนของฟัน Peroxide ในน้ำยาจะแตกตัวไปเป็น oxygen radical จากนั้นก็จะซึมผ่านไปยัง Enamel Prisms ทำให้โมเลกุลของสีคราบฟันเกิดการแตกตัว โครงสร้างของฟันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง สีคราบฟันภายในจะอ่อนขึ้น

น้ำยาฟอกสีฟันจะแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆและเคลื่อนตัวไปทุกทิศทาง ดังนั้นถึงแม้ว่าบางส่วนของฟันจะไม่ได้คลุมด้วยน้ำยา ฟันส่วนนั้นก็สามารถขาวได้

จากการศึกษามากมายพิสูจน์ว่า Peroxide ทำให้ฟันขาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ Enamel,Dentin, วัสดุอุดฟัน binding material ไม่มีผลกระทบต่อน้ำยาฟอกสีฟันรวมถึงวัสดุที่ใช้ในการฟอกสีฟันด้วย

น้ำยาฟอกสีฟันมีผลกระทบต่อความแข็งทนของ Bond หรือไม่

ถึงแม้ว่าน้ำยาฟอกสีฟันจะปล่อยออกซิเจนออกมาในฟันมาก bond ที่มีอยู่ก็จะไม่เปราะ ถ้าใครมีความคิดว่าจะฟอกสีฟันก่อนแล้ว bond ทีหลัง สีฟันจะกลับคืนภายในระยะเวลา 7 – 10วัน เนื่องจากความเข้มข้นของออกซิเจนในฟัน ซึ่งมีผลกระทบต่อ polymerization ของ Resin

ฟันที่ฟอกจะอยู่ได้นานเท่าไร ?

ผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันจะอยู่ตัวมากอย่างไรก็ตามมันขึ้นอยู่กับอาหารและรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนไข้ การฟอกสีฟันสามารถทำได้ใหม่เป็นช่วงๆ เนื่องจากน้ำยาฟอกสีฟันไม่มีอันตรายจึงไม่เป็นปัญหากับทันตแพทย์และคนไข้

การฟอกสีฟันทำให้เกิดการเสียวฟันหรือไม่ ?

อาการเสียวฟันเป็นผลข้างเคียงปกติของการฟอกสีฟัน เป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวและจะหายไปหลังจากเสร็จสิ้นการฟอกสีฟัน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ของ Opalescence มีส่วนผสมของ PF ซึ่งเป็นตัวลดอาการเสียวฟัน จากการวิจัยพบว่า hydrogen peroxide สามารถซึมผ่านเข้าไปใน Enamel Dentin และ Pulp ได้ ซึ่งเหมือนกับ Potassium Nitrate ส่วน Fluoride ทำหน้าที่ไปบล็อค tubular ไปปิดรูและทำให้การไหลของของเหลวช้าลงซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดอาการเสียวฟัน Potassium Nitrate ทำหน้าที่เหมือนกับยาชาโดยไปกดเส้นประสาทไว้หลังจากเส้นประสาทได้รับการกระตุ้นจึงทำให้เจ็บ ดังนั้นจึงเกิดกระบวนการเกิดขึ้น 2 กระบวนการคือ 1.ส่งผลต่อการไหลของของเหลว 2.ผลกระทบโดยตรงต่อเส้นประสาท

การฟอกสีฟันทำให้ Enamel เปราะหรือไม่ ?

จากการวิจัยผลิตภัณฑ์ Opalescence ของสมาคม American Association of Dental Research พิสูจน์แล้วว่าน้ำยาฟอกสีฟัน Opalescence PF ช่วยลดอาการเสียวฟัน ป้องกันฟันผุ เพิ่มความแข็งแรงของ Enamel และยังทำให้ชั้น Enamel ของฟันดีขึ้นด้วย

ข้อสำคัญ

การฟอกสีฟันควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทันตแพทย์

การฟอกสีฟันในปัจจุบันมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ถ้าใช้อย่างถูกวิธีและใช้กับวัสดุที่ถูกต้อง รวมถึงการการวินิจฉัยขั้นต้น (การทำความสะอาดฟัน ขั้นตอนการฟอกสีฟันแบบสั้นๆ และการดูแลคนไข้ในระหว่างการฟอก) การฟอกสีฟันด้วยตัวคนไข้เองอาจทำให้เป็นอันตรายได้กับฟันและเหงือกของคนไข้ และบ่อยครั้งที่ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ของ ระบบ Opalescence เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการแพทย์ และจำหน่ายให้โดยทันตแพทย์เท่านั้น

ความคิดเห็น (2)